พระบารมีปกเกล้าชาวชุมพร
กลางเปลวแดดแผดร้อนและแรงกล้า กลางทุ่งนาดินแยกแตกระแหง
กลางธุลีสีหม่นถนนแดง
บนความแล้งโหดระห่ำที่ย่ำยี
พระเสโทไหลอาบฉาบพระพักตร์
พระตระหนักมองเห็นเป็นหน้าที่
ย่ำพระบาทยาตราทุกธานี
ด้วยทรงมีหทัยห่วงปวงประชา
ขุดคูคลองหนองน้ำทำเหมืองฝาย
ปรับปรุงดินสิ้นสลายให้คืนค่า
ทุกดงดอยโขดเขาเนาพนา
พระเมตตาอุ้มชูทุกหมู่ชน
บารมีที่พระองค์ทรงย่างพระบาท
ประชาราษฎร์เป็นสุขทุกแห่งหน
เสด็จแก้ปัญหาประชาชน
ที่แล้งฝนกลายเป็นน้ำฉ่ำไหลริน
ที่ใดมีอุทกภัยล้นไหลหลาก
ทรงรื้อขวากด้วยปัญญาปัญหาสิ้น
เกิดเป็นไทยช่างโชคดีมีแผ่นดิน
นวมินทร์ปกเกล้าทุกเช้าเย็น
จะหาไหนในหล้าหามีแล้ว
เท่าขวัญแก้วบิดาไทยมองไม่เห็น
ที่ทำเพื่อพสกนิกรพ้นร้อนเย็น
ที่ทรงเป็นดุจบิดาประชาชน
เมืองชุมพรตอนวาตภัยน้ำไหลบ่า
ทั้งพาราอยู่ใต้สายน้ำฝน
ทั้งนาไร่จมหายใต้วังวน
ด้วยเกมกลข้าราชการไทย
จึงร้อนถึงพระนพปฎลเศวตฉัตร
มีดำรัสให้ดูแลเร่งแก้ไข
ให้ขุดคลองที่คั่งค้างร้างเร็วไว
ก่อนจะมี มหันตภัย มาอีกครา
หลังพระองค์เร่งรัดตัดคลองขาด
ประชาราษฎร์สุขสบายหายผวา
วาตภัย อุทกภัย ไม่มีมา
พระบิดาให้ชีวิตคิดแบบเดิม
เดิมที่มีพระบิดามหากษัตริย์
คอยป้องปัดความทุกข์นำสุขเสริม
ไทยทุกข์เพราะชิงสุกห่ามเหิมเกริม
เลือกประชามาเสริมการเมืองไทย
แต่เพราะพระบารมีที่ยังปก
ประชาชนพ้นนรกไม่หมกไหม้
ขอทูนเทิดเบื้องพระบาทจนขาดใจ
จงรักใน
ในหลวง
ของปวงเรา.
เขียนจากความซาบซึ้ง
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงิน ๑๐ ล้านบาท
ช่วยเหลือชาวชุมพรที่ประสบอุทกภัย เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐
ข้าพระพุทธเจ้า
นายไพบูลย์ พันธุ์เมือง